นบีนูห์ คือนบีที่พระเจ้าส่งมาเตือนผู้คนให้เลิกบูชารูปปั้น ท่านชวนอยู่นานถึง 950 ปี แต่มีคนเชื่อน้อยมาก พระเจ้าจึงสั่งให้ท่านต่อเรือลำใหญ่ แล้วน้ำท่วมใหญ่ก็มาถึง คนที่ขึ้นเรือรอดชีวิต
ตอนนี้เป็นตอนต่อจากประวัตินบีอาดัม ในซีรีส์ประวัติบรรดานบี · อยากเล่าให้ลูกฟังแบบสั้นๆ ภาษาง่าย อ่านที่เรื่องเล่านบีสำหรับเด็ก: นบีนูห์
รูปปั้นแรกของโลกมาจากไหน
นานหลังจากยุคของนบีอาดัม มีคนดีกลุ่มหนึ่งที่ผู้คนรักมาก
เมื่อคนดีกลุ่มนั้นตายไป ชัยฏอนก็มากระซิบ บอกให้ทำรูปปั้นตั้งไว้ตรงที่พวกเขาเคยนั่ง แล้วเรียกรูปปั้นด้วยชื่อของพวกเขา จะได้คิดถึง
ผู้คนก็ทำตาม ตอนนั้นยังไม่มีใครกราบไหว้รูปปั้นเลย
แต่เวลาผ่านไป คนรุ่นที่ทำรูปปั้นตายหมด คนรุ่นหลังไม่รู้แล้วว่ารูปปั้นมาจากไหน แล้วก็เริ่มกราบไหว้มัน
حَدَّثَنَا إِبْرَاهِيمُ بْنُ مُوسَى، أَخْبَرَنَا هِشَامٌ، عَنِ ابْنِ جُرَيْجٍ، وَقَالَ، عَطَاءٌ عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ ـ رضى الله عنهما ـ صَارَتِ الأَوْثَانُ الَّتِي كَانَتْ فِي قَوْمِ نُوحٍ فِي الْعَرَبِ بَعْدُ، أَمَّا وُدٌّ كَانَتْ لِكَلْبٍ بِدَوْمَةِ الْجَنْدَلِ، وَأَمَّا سُوَاعٌ كَانَتْ لِهُذَيْلٍ، وَأَمَّا يَغُوثُ فَكَانَتْ لِمُرَادٍ ثُمَّ لِبَنِي غُطَيْفٍ بِالْجُرُفِ عِنْدَ سَبَا، وَأَمَّا يَعُوقُ فَكَانَتْ لِهَمْدَانَ، وَأَمَّا نَسْرٌ فَكَانَتْ لِحِمْيَرَ، لآلِ ذِي الْكَلاَعِ. أَسْمَاءُ رِجَالٍ صَالِحِينَ مِنْ قَوْمِ نُوحٍ، فَلَمَّا هَلَكُوا أَوْحَى الشَّيْطَانُ إِلَى قَوْمِهِمْ أَنِ انْصِبُوا إِلَى مَجَالِسِهِمُ الَّتِي كَانُوا يَجْلِسُونَ أَنْصَابًا، وَسَمُّوهَا بِأَسْمَائِهِمْ فَفَعَلُوا فَلَمْ تُعْبَدْ حَتَّى إِذَا هَلَكَ أُولَئِكَ وَتَنَسَّخَ الْعِلْمُ عُبِدَتْ.
ความหมาย อิบนุอับบาสเล่าว่า รูปเคารพทั้งหมดที่หมู่ชนของนบีนูห์เคยบูชา ต่อมาชาวอาหรับก็นำมาบูชาอีก … ชื่อเหล่านี้เดิมเป็นชื่อของคนดีกลุ่มหนึ่งในหมู่ชนของนบีนูห์ เมื่อพวกเขาเสียชีวิต ชัยฏอนกระซิบให้ผู้คนทำรูปตั้งไว้ตรงที่คนดีเหล่านั้นเคยนั่ง แล้วเรียกรูปเหล่านั้นด้วยชื่อของพวกเขา ผู้คนก็ทำตาม แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครบูชารูป จนคนรุ่นที่ทำรูปตายไปหมด และไม่มีใครรู้แล้วว่ารูปเหล่านั้นมาจากไหน คนรุ่นหลังจึงเริ่มบูชารูปเหล่านั้น
(บันทึกโดย อัลบุคอรี หมายเลข 4920 · หลักฐานถูกต้อง เศาะฮีห์)
เรื่องร้ายๆ ไม่ได้เกิดในวันเดียว มันค่อยๆ เลื่อนไปทีละนิด จนวันหนึ่งไม่มีใครจำได้ว่าเริ่มต้นจากตรงไหน
พระเจ้าส่งนบีนูห์มาบอกอะไร
พระเจ้าส่งนูห์ไปหาผู้คนของท่าน ให้ไปเตือนก่อนที่ความเดือดร้อนจะมาถึง
นูห์บอกผู้คนว่า ฉันมาเตือนพวกท่านอย่างชัดเจน ให้เคารพบูชาอัลลอฮ์องค์เดียว ยำเกรงพระองค์ และเชื่อฟังฉัน แล้วพระองค์จะให้อภัยพวกท่าน
إِنَّآ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِۦٓ أَنْ أَنذِرْ قَوْمَكَ مِن قَبْلِ أَن يَأْتِيَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ ﴿١﴾ قَالَ يَـٰقَوْمِ إِنِّى لَكُمْ نَذِيرٌ مُّبِينٌ ﴿٢﴾ أَنِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ وَٱتَّقُوهُ وَأَطِيعُونِ ﴿٣﴾ يَغْفِرْ لَكُم مِّن ذُنُوبِكُمْ وَيُؤَخِّرْكُمْ إِلَىٰٓ أَجَلٍ مُّسَمًّى ۚ إِنَّ أَجَلَ ٱللَّهِ إِذَا جَآءَ لَا يُؤَخَّرُ ۖ لَوْ كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿٤﴾
ความหมาย (1) แท้จริงเราได้ส่งนูหฺไปยังหมู่ชนของเขา (โดยบัญชาว่า) เจ้าจงตักเตือนหมู่ชนของเจ้า ก่อนที่การลงโทษอันเจ็บปวดจะมาถึงพวกเขา (2) เขากล่าวว่า โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย แท้จริงฉันคือผู้ตักเตือนอันชัดแจ้งของพวกท่าน (3) พวกท่านจงเคารพภักดีอัลลอฮฺเถิด และจงยำเกรงพระองค์ และลงเชื่อฟังปฏิบัติตามฉัน (4) พระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่พวกท่านในความผิดของพวกท่าน และจะทรงผ่อนผัน พวกท่านจนกระทั่งถึงวาระที่ถูกกำหนดไว้ แท้จริงวาระของอัลลอฮฺนั้น เมื่อมาถึงแล้วมันจะไม่ยืดเวลาต่อไปอีก หากพวกท่านได้รู้
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:1-4)
นบีนูห์ชวนผู้คนยังไง
นูห์ไม่ได้พูดครั้งเดียวแล้วเลิก ท่านชวนทั้งกลางวันและกลางคืน
ชวนต่อหน้าคนเยอะๆ ก็ทำ คุยกันสองคนเงียบๆ ก็ทำ
แต่ยิ่งชวน ผู้คนยิ่งหนี บางคนเอานิ้วอุดหู บางคนเอาเสื้อผ้าคลุมหัว ไม่ยอมฟังเลยสักคำ
قَالَ رَبِّ إِنِّى دَعَوْتُ قَوْمِى لَيْلًا وَنَهَارًا ﴿٥﴾ فَلَمْ يَزِدْهُمْ دُعَآءِىٓ إِلَّا فِرَارًا ﴿٦﴾ وَإِنِّى كُلَّمَا دَعَوْتُهُمْ لِتَغْفِرَ لَهُمْ جَعَلُوٓا۟ أَصَـٰبِعَهُمْ فِىٓ ءَاذَانِهِمْ وَٱسْتَغْشَوْا۟ ثِيَابَهُمْ وَأَصَرُّوا۟ وَٱسْتَكْبَرُوا۟ ٱسْتِكْبَارًا ﴿٧﴾ ثُمَّ إِنِّى دَعَوْتُهُمْ جِهَارًا ﴿٨﴾ ثُمَّ إِنِّىٓ أَعْلَنتُ لَهُمْ وَأَسْرَرْتُ لَهُمْ إِسْرَارًا ﴿٩﴾
ความหมาย (5) เขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้เรียกร้องเชิญชวนหมู่ชนของข้าพระองค์ทั้งกลางคืนและกลางวัน (6) แต่การเรียกร้องเชิญชวนของข้าพระองค์มิได้เพิ่มพูนสิ่งใดแก่เขา นอกจากการหลบหนี (7) และแท้จริงทุกครั้งที่ข้าพระองค์เรียกร้องเชิญชวนพวกเขาเพื่อที่พระองค์ท่านจะได้อภัยโทษให้แก่พวกเขา พวกเขาก็เอานิ้วอุดรูหูของพวกเขา และเอาเสื้อผ้าของพวกเขาคลุมโปง และพวกเขายังดื้อรั้น และหยิ่งยโสด้วยความจองหอง (8) ครั้นแล้วข้าพระองค์ได้เรียกร้องเชิญชวนพวกเขาอย่างเปิดเผย (9) แล้วข้าพระองค์ได้ประกาศแก่พวกเขาอย่างเปิดเผย อีกทั้งข้าพระองค์ยังได้บอกกล่าวแก่พวกเขาอย่างลับๆอีกด้วย
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:5-9)
นูห์ยังบอกด้วยว่า ถ้าพวกท่านขอโทษพระเจ้า พระองค์จะส่งฝนลงมามากมาย ให้ทรัพย์สินและลูกหลาน ให้มีสวนและแม่น้ำ
فَقُلْتُ ٱسْتَغْفِرُوا۟ رَبَّكُمْ إِنَّهُۥ كَانَ غَفَّارًا ﴿١٠﴾ يُرْسِلِ ٱلسَّمَآءَ عَلَيْكُم مِّدْرَارًا ﴿١١﴾ وَيُمْدِدْكُم بِأَمْوَٰلٍ وَبَنِينَ وَيَجْعَل لَّكُمْ جَنَّـٰتٍ وَيَجْعَل لَّكُمْ أَنْهَـٰرًا ﴿١٢﴾
ความหมาย (10) ข้าพระองค์ได้กล่าวว่า พวกท่านจงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกท่านเถิด เพราะแท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงอภัยโทษอย่างแท้จริง (11) พระองค์จะทรงหลั่งน้ำฝนอย่างมากมายแก่พวกท่าน (12) และพระองค์จะทรงเพิ่มพูนทรัพย์สินและลูกหลานแก่พวกท่าน และจะทรงทำให้มีส่วนมากหลายแก่พวกท่าน และจะทรงทำให้มีลำน้ำมากหลายแก่พวกท่าน
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:10-12)
ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อนบีนูห์
พวกหัวหน้าเมืองบอกว่า ท่านก็เป็นคนธรรมดาเหมือนพวกเรา คนที่ตามท่านมีแต่คนจนๆ ที่ไม่ได้คิดให้ดี พวกท่านไม่ได้ดีไปกว่าพวกเราเลย
فَقَالَ ٱلْمَلَأُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مِن قَوْمِهِۦ مَا نَرَىٰكَ إِلَّا بَشَرًا مِّثْلَنَا وَمَا نَرَىٰكَ ٱتَّبَعَكَ إِلَّا ٱلَّذِينَ هُمْ أَرَاذِلُنَا بَادِىَ ٱلرَّأْىِ وَمَا نَرَىٰ لَكُمْ عَلَيْنَا مِن فَضْلٍۭ بَلْ نَظُنُّكُمْ كَـٰذِبِينَ
ความหมาย แล้วบรรดาบุคคลชั้นนำซึ่งปฏิเสธศรัทธาจากกลุ่มชนของเขากล่าวว่า เรามิเห็นท่านเป็นอื่นใด นอกจากสามัญชนเช่นเรา และเรามิเห็นผู้ใดปฏิบัติตามท่าน นอกจากบรรดาผู้ต่ำช้าของพวกเราที่มีความคิดเห็นตื้น ๆ และเรามิเห็นว่าพวกท่านประเสริฐกว่าพวกเรา แต่เราคิดว่าพวกท่านเป็นพวกโกหก
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:27)
พวกเขาไม่ได้ฟังว่านูห์พูดอะไร แต่ดูว่าคนที่ฟังนูห์เป็นใคร แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสูงกว่า
ผู้นำเหล่านั้นยังสั่งกันว่า อย่าทิ้งพระเจ้าของพวกเรา อย่าทิ้งวัดด์ สุวาอ์ ยะฆูษ ยะอู๊ก และนัสร์ ซึ่งเป็นชื่อรูปปั้นที่พวกเขาบูชา
قَالَ نُوحٌ رَّبِّ إِنَّهُمْ عَصَوْنِى وَٱتَّبَعُوا۟ مَن لَّمْ يَزِدْهُ مَالُهُۥ وَوَلَدُهُۥٓ إِلَّا خَسَارًا ﴿٢١﴾ وَمَكَرُوا۟ مَكْرًا كُبَّارًا ﴿٢٢﴾ وَقَالُوا۟ لَا تَذَرُنَّ ءَالِهَتَكُمْ وَلَا تَذَرُنَّ وَدًّا وَلَا سُوَاعًا وَلَا يَغُوثَ وَيَعُوقَ وَنَسْرًا ﴿٢٣﴾ وَقَدْ أَضَلُّوا۟ كَثِيرًا ۖ وَلَا تَزِدِ ٱلظَّـٰلِمِينَ إِلَّا ضَلَـٰلًا ﴿٢٤﴾
ความหมาย (21) นูหฺได้กล่าวว่าข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงพวกเขาได้ฝ่าฝืนข้าพระองค์ และเชื่อฟังผู้ที่ทรัพย์สินของเขา และลูกหลานของเขามิได้เพิ่มพูนอันใดแก่พวกเขา นอกจากการขาดทุน (22) และพวกเขาได้วางแผนร้ายอันยิ่งใหญ่ (23) และพวกเขาได้กล่าวว่า พวกท่านอย่าได้ทอดทิ้งพระเจ้าทั้งหลายของพวกท่านเป็นอันขาด พวกท่านอย่าได้ทอดทิ้งวัดดฺ และสุวาอฺ และยะฆูษ และยะอู๊ก และนัซรฺ เป็นอันขาด (24) และโดยแน่นอน พวกเขาได้ทำให้หมู่ชนจำนวนมากหลง ดังนั้นขอพระองค์ท่านอย่าได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรมเหล่านั้น นอกจากการหลงผิดเท่านั้น
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:21-24)
ถึงจุดหนึ่ง พวกเขาขู่ว่า ถ้าไม่เลิกพูด จะเอาหินขว้างให้ตาย
قَالُوا۟ لَئِن لَّمْ تَنتَهِ يَـٰنُوحُ لَتَكُونَنَّ مِنَ ٱلْمَرْجُومِينَ
ความหมาย พวกเขากล่าวว่า โอ้นูหฺ หากท่านไม่หยุดยั้งแน่นอนท่านจะอยู่ในหมู่ผู้ถูกขว้างด้วยก้อนหิน
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Ash-Shu'ara 26:116)
บางคนท้าว่า ที่ขู่ไว้น่ะ เอามาเลยสิ ถ้าพูดจริง
นูห์ตอบว่า เรื่องนั้นอยู่ที่อัลลอฮ์ ถ้าพระองค์ประสงค์ พระองค์จะนำมาเอง
قَالُوا۟ يَـٰنُوحُ قَدْ جَـٰدَلْتَنَا فَأَكْثَرْتَ جِدَٰلَنَا فَأْتِنَا بِمَا تَعِدُنَآ إِن كُنتَ مِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿٣٢﴾ قَالَ إِنَّمَا يَأْتِيكُم بِهِ ٱللَّهُ إِن شَآءَ وَمَآ أَنتُم بِمُعْجِزِينَ ﴿٣٣﴾
ความหมาย (32) พวกเขากล่าวว่า โอ้นูหฺเอ๋ย แน่นอนท่านได้โต้เถียงกับเราแล้วท่านได้ให้การโต้เถียงของเรามากเรื่องขึ้น ดังนั้น จงนำมาให้เราเถิดสิ่งที่ท่านสัญญากับเราไว้ถ้าท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริง (33) เขา (นูหฺ) กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺเท่านั้นจะทรงนำมันมายังพวกท่าน หากพระองค์ทรงประสงค์ และพวกท่านจะไม่เป็นผู้รอดไปได้
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:32-33)
นบีนูห์ชวนผู้คนนานแค่ไหน
นานมาก นูห์อยู่กับผู้คนของท่านหนึ่งพันปี ขาดไปห้าสิบปี คือ 950 ปี
وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِۦ فَلَبِثَ فِيهِمْ أَلْفَ سَنَةٍ إِلَّا خَمْسِينَ عَامًا فَأَخَذَهُمُ ٱلطُّوفَانُ وَهُمْ ظَـٰلِمُونَ
ความหมาย และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูหฺไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี) ดังนั้นอุทกภัยได้คร่าพวกเขาขณะที่พวกเขาเป็นผู้อธรรม
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Al-'Ankabut 29:14)
ลองคิดดูว่า ถ้าเราพูดเรื่องดีๆ กับใครสักคนแค่ไม่กี่ครั้งแล้วเขาไม่ฟัง เราก็อยากเลิกแล้ว แต่นูห์อดทนอยู่เกือบพันปี
ทำไมต้องต่อเรือกลางแผ่นดิน
วันหนึ่ง พระเจ้าบอกนูห์ว่า จะไม่มีใครในหมู่ชนของเจ้าศรัทธาเพิ่มอีกแล้ว นอกจากคนที่ศรัทธาอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียใจ
แล้วพระองค์สั่งให้นูห์ต่อเรือ ภายใต้สายตาของพระองค์ ตามที่พระองค์สอน
นูห์ลงมือต่อเรือ ทุกครั้งที่พวกหัวหน้าเมืองเดินผ่าน ก็หัวเราะเยาะ เพราะไม่มีใครต่อเรือลำใหญ่กลางแผ่นดินที่ไม่มีทะเล
นูห์ตอบว่า วันนี้พวกท่านหัวเราะเยาะพวกเรา สักวันพวกเราจะเป็นฝ่ายหัวเราะบ้าง
وَأُوحِىَ إِلَىٰ نُوحٍ أَنَّهُۥ لَن يُؤْمِنَ مِن قَوْمِكَ إِلَّا مَن قَدْ ءَامَنَ فَلَا تَبْتَئِسْ بِمَا كَانُوا۟ يَفْعَلُونَ ﴿٣٦﴾ وَٱصْنَعِ ٱلْفُلْكَ بِأَعْيُنِنَا وَوَحْيِنَا وَلَا تُخَـٰطِبْنِى فِى ٱلَّذِينَ ظَلَمُوٓا۟ ۚ إِنَّهُم مُّغْرَقُونَ ﴿٣٧﴾ وَيَصْنَعُ ٱلْفُلْكَ وَكُلَّمَا مَرَّ عَلَيْهِ مَلَأٌ مِّن قَوْمِهِۦ سَخِرُوا۟ مِنْهُ ۚ قَالَ إِن تَسْخَرُوا۟ مِنَّا فَإِنَّا نَسْخَرُ مِنكُمْ كَمَا تَسْخَرُونَ ﴿٣٨﴾
ความหมาย (36) และได้มีวะฮีย์แก่นูหฺว่า แท้จริงจะไม่มีผู้ใดจากหมู่ชนของเจ้าศรัทธา เว้นแต่ผู้ที่ได้ศรัทธาแล้ว ดังนั้น เจ้าอย่าเศร้าหมองในสิ่งที่พวกเขากระทำ (37) และเจ้าจงสร้างเรือภายใต้สายตาของเราตามคำบัญชาของเราและอย่ามาพูดกับข้า ถึงบรรดาผู้อธรรม แท้จริงพวกเขาจะถูกจมน้ำตาย (38) และเขาได้สร้างเรือและคราใดที่บุคคลชั้นนำจากหมู่ชนของเขาผ่านเขา (นูหฺ) พวกเขาก็เยาะเย้ยเขา เขาก็จะกล่าวว่า หากพวกท่านเยาะเย้ยพวกเรา แท้จริงเราก็จะเยาะเย้ยพวกท่านเช่นเดียวกับที่พวกท่านเยาะเย้ย
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:36-38)
ใครได้ขึ้นเรือบ้าง
แล้ววันนั้นก็มาถึง น้ำเริ่มพุ่งขึ้นจากพื้นดิน
พระเจ้าสั่งนูห์ว่า ให้นำสัตว์ทุกชนิดขึ้นเรือ ชนิดละหนึ่งคู่ พาครอบครัวขึ้นไปด้วย ยกเว้นคนที่พระเจ้าบอกไว้แล้ว และพาผู้ศรัทธาขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน
حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَ أَمْرُنَا وَفَارَ ٱلتَّنُّورُ قُلْنَا ٱحْمِلْ فِيهَا مِن كُلٍّ زَوْجَيْنِ ٱثْنَيْنِ وَأَهْلَكَ إِلَّا مَن سَبَقَ عَلَيْهِ ٱلْقَوْلُ وَمَنْ ءَامَنَ ۚ وَمَآ ءَامَنَ مَعَهُۥٓ إِلَّا قَلِيلٌ
ความหมาย จนกระทั่งเมื่อคำบัญชาของเราได้มาและบนพื้นแผ่นดินน้ำได้พวยพุ่งขึ้น เรากล่าวว่า จงบรรทุกไว้ในเรือจากทุกชนิดเป็นคู่ ๆ และครอบครัวของเจ้าด้วย เว้นแต่ผู้ที่พระดำรัสได้กำหนดแก่เขาไว้ก่อน และผู้ศรัทธา แต่ไม่มีผู้ศรัทธาร่วมกับเขานอกจากจำนวนเล็กน้อย
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:40)
นูห์บอกทุกคนว่า ลงเรือเถิด ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ทั้งตอนเรือแล่นและตอนเรือจอด
۞ وَقَالَ ٱرْكَبُوا۟ فِيهَا بِسْمِ ٱللَّهِ مَجْر۪ىٰهَا وَمُرْسَىٰهَآ ۚ إِنَّ رَبِّى لَغَفُورٌ رَّحِيمٌ
ความหมาย และเขากล่าวว่า พวกท่านจงลงในเรือด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ทั้งในยามแล่นของมันและในยามจอดของมัน แท้จริงพระเจ้าของฉันเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:41)
น้ำท่วมใหญ่เป็นยังไง
ฟ้าเปิดออก ฝนเทลงมาอย่างหนัก
แผ่นดินแตกเป็นตาน้ำ น้ำพุ่งขึ้นมาจากทุกทาง น้ำฟ้ากับน้ำดินมาบรรจบกัน
เรือที่ทำจากแผ่นไม้กระดาน ตอกติดกันด้วยตะปู ลอยไปภายใต้การดูแลของพระเจ้า
فَفَتَحْنَآ أَبْوَٰبَ ٱلسَّمَآءِ بِمَآءٍ مُّنْهَمِرٍ ﴿١١﴾ وَفَجَّرْنَا ٱلْأَرْضَ عُيُونًا فَٱلْتَقَى ٱلْمَآءُ عَلَىٰٓ أَمْرٍ قَدْ قُدِرَ ﴿١٢﴾ وَحَمَلْنَـٰهُ عَلَىٰ ذَاتِ أَلْوَٰحٍ وَدُسُرٍ ﴿١٣﴾ تَجْرِى بِأَعْيُنِنَا جَزَآءً لِّمَن كَانَ كُفِرَ ﴿١٤﴾
ความหมาย (11) ดังนั้น เราจึงได้เปิดประตูแห่งชั้นฟ้าให้น้ำฝนเทลงมาอย่างหนัก (12) และเราได้ทำให้แผ่นดินแยกออกเป็นตาน้ำไหลพุ่ง ดังนั้น น้ำฝนและตาน้ำได้มาบรรจบกันตามกิจการที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว (13) และเราได้บรรทุกเขาไว้บนเรือที่ทำด้วยแผ่นไม้กระดาน และตอกติดด้วยตะปู (14) มัน (เรือ) ได้แล่นไปด้วยดวงเนตรของเรา เป็นการตอบแทนแก่ผู้ที่ถูกปฏิเสธ
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Al-Qamar 54:11-14)
ลูกชายของนบีนูห์ไปอยู่ไหน
เรือแล่นไปท่ามกลางคลื่นลูกใหญ่เท่าภูเขา
นูห์มองเห็นลูกชายคนหนึ่งยืนอยู่ห่างออกไป ท่านตะโกนเรียก ลูกเอ๋ย ขึ้นเรือมากับเราเถิด อย่าอยู่กับคนที่ไม่ศรัทธาเลย
ลูกชายตอบว่า ฉันจะไปอยู่บนภูเขา ภูเขาจะช่วยฉันจากน้ำนี้ได้
นูห์บอกว่า วันนี้ไม่มีอะไรช่วยใครได้ นอกจากคนที่พระเจ้าเมตตา
แล้วคลื่นก็ซัดเข้ามาขวางระหว่างพ่อกับลูก ลูกชายจมน้ำไปพร้อมคนอื่น
وَهِىَ تَجْرِى بِهِمْ فِى مَوْجٍ كَٱلْجِبَالِ وَنَادَىٰ نُوحٌ ٱبْنَهُۥ وَكَانَ فِى مَعْزِلٍ يَـٰبُنَىَّ ٱرْكَب مَّعَنَا وَلَا تَكُن مَّعَ ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿٤٢﴾ قَالَ سَـَٔاوِىٓ إِلَىٰ جَبَلٍ يَعْصِمُنِى مِنَ ٱلْمَآءِ ۚ قَالَ لَا عَاصِمَ ٱلْيَوْمَ مِنْ أَمْرِ ٱللَّهِ إِلَّا مَن رَّحِمَ ۚ وَحَالَ بَيْنَهُمَا ٱلْمَوْجُ فَكَانَ مِنَ ٱلْمُغْرَقِينَ ﴿٤٣﴾
ความหมาย (42) และมันแล่นพาพวกเขาไปท่ามกลางคลื่นลูกเท่าภูเขา และนูหฺได้ร้องเรียกลูกชายของเขาซึ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว โอ้ลูกของฉันเอ๋ย จงมาโดยสารเรือกับเราเถิด และเจ้าอย่าอยู่ร่วมกับผู้ปฏิเสธศรัทธาเลย (43) เขา (ลูกชาย) กล่าวว่า ฉันจะไปอาศัยภูเขาลูกหนึ่ง มันจะคุ้มครองฉันจากน้ำนี้ได้ เขา (นูหฺ) กล่าวว่า ไม่มีผู้ใดคุ้มครองในวันนี้จากพระบัญชาของอัลลอฮฺ เว้นแต่ผู้ทีพระองค์ทรงเมตตา และคลื่นได้ซัดเข้ามาระหว่างเขาทั้งสอง และเขา (ลูกชาย) ได้อยู่ในหมู่ผู้จมน้ำ
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:42-43)
ความเป็นลูกนบีช่วยใครไม่ได้ ถ้าคนคนนั้นไม่เลือกเองว่าจะขึ้นเรือ
เรือไปจอดที่ไหน
แล้วก็มีเสียงสั่งว่า แผ่นดินเอ๋ย จงกลืนน้ำของเจ้า ฟ้าเอ๋ย จงหยุด
น้ำลดลง เรื่องทุกอย่างจบลง เรือไปจอดอยู่บนภูเขาชื่อ ญูดีย์
وَقِيلَ يَـٰٓأَرْضُ ٱبْلَعِى مَآءَكِ وَيَـٰسَمَآءُ أَقْلِعِى وَغِيضَ ٱلْمَآءُ وَقُضِىَ ٱلْأَمْرُ وَٱسْتَوَتْ عَلَى ٱلْجُودِىِّ ۖ وَقِيلَ بُعْدًا لِّلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ
ความหมาย และได้มีเสียงกล่าวว่า แผ่นดินเอ๋ย จงกลืนน้ำของเจ้าและฟ้าเอ๋ย จงหยุด และน้ำได้ลดลงและกิจการได้ถูกตัดสิน และมันได้จอดเทียบอยู่ที่ภูเขาญดีย์ และได้มีเสียงกล่าวว่า ความหมายนะจงประสบแก่หมู่ชนผู้อธรรมเถิด
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:44)
นบีนูห์ขอพระเจ้าเรื่องลูกชายว่าอะไร
นูห์ยังคิดถึงลูก ท่านพูดกับพระเจ้าว่า ลูกชายของข้าก็เป็นคนในครอบครัวของข้า และสัญญาของพระองค์เป็นความจริง
พระเจ้าตอบว่า เขาไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของเจ้า เพราะสิ่งที่เขาทำไม่ดี อย่าขอในเรื่องที่เจ้าไม่รู้
นูห์รีบขอโทษทันที ข้าขอความคุ้มครองจากพระองค์ ไม่ให้ขอในสิ่งที่ข้าไม่รู้ ถ้าพระองค์ไม่ให้อภัยและไม่เมตตาข้า ข้าคงขาดทุน
وَنَادَىٰ نُوحٌ رَّبَّهُۥ فَقَالَ رَبِّ إِنَّ ٱبْنِى مِنْ أَهْلِى وَإِنَّ وَعْدَكَ ٱلْحَقُّ وَأَنتَ أَحْكَمُ ٱلْحَـٰكِمِينَ ﴿٤٥﴾ قَالَ يَـٰنُوحُ إِنَّهُۥ لَيْسَ مِنْ أَهْلِكَ ۖ إِنَّهُۥ عَمَلٌ غَيْرُ صَـٰلِحٍ ۖ فَلَا تَسْـَٔلْنِ مَا لَيْسَ لَكَ بِهِۦ عِلْمٌ ۖ إِنِّىٓ أَعِظُكَ أَن تَكُونَ مِنَ ٱلْجَـٰهِلِينَ ﴿٤٦﴾ قَالَ رَبِّ إِنِّىٓ أَعُوذُ بِكَ أَنْ أَسْـَٔلَكَ مَا لَيْسَ لِى بِهِۦ عِلْمٌ ۖ وَإِلَّا تَغْفِرْ لِى وَتَرْحَمْنِىٓ أَكُن مِّنَ ٱلْخَـٰسِرِينَ ﴿٤٧﴾
ความหมาย (45) และนูหฺได้ร้องเรียนต่อพระเจ้าของเขาโดยกล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์แท้จริงลูกชายของข้าพระองค์เป็นคนหนึ่งในครอบครัวของข้าพระองค์และแท้จริงสัญญาของพระองค์นั้นเป็นความจริง และพระองค์ท่านนั้นทรงตัดสินเที่ยงธรรมยิ่ง ในหมู่ผู้ตัดสินทั้งหลาย (46) พระองค์ทรงตรัสว่า โอ้นูหฺเอ๋ย แท้จริงเขามิได้เป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเจ้าแท้จริงการกระทำของเขาไม่ดี ดังนั้นเจ้าอย่าร้องเรียนต่อข้าในสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ แท้จริงข้าขอเตือนเจ้าที่เจ้าจะอยู่ในหมู่ผู้งมงาย (47) เขากล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ท่าน ให้พ้นจากการร้องเรียนต่อพระองค์ท่านในสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น และหากพระองค์ท่านไม่ทรงอภัยแก่ข้าพระองค์ และไม่ทรงเมตตาข้าพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็จะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:45-47)
ครอบครัวในสายตาพระเจ้า ไม่ได้วัดกันที่สายเลือดอย่างเดียว แต่วัดที่ความศรัทธาและการกระทำ
ดุอาของนบีนูห์
หลังจากพระเจ้าบอกว่าจะไม่มีใครศรัทธาเพิ่มอีกแล้ว นูห์ขอให้คนที่ไม่ศรัทธาไม่เหลืออยู่บนแผ่นดิน เพราะพวกเขาจะพาคนอื่นหลงไปอีก
แล้วท่านขอพรให้คนที่ท่านรัก ขออภัยให้ตัวเอง ให้พ่อแม่ ให้คนที่เข้ามาในบ้านของท่านด้วยความศรัทธา และให้ผู้ศรัทธาทุกคน ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
وَقَالَ نُوحٌ رَّبِّ لَا تَذَرْ عَلَى ٱلْأَرْضِ مِنَ ٱلْكَـٰفِرِينَ دَيَّارًا ﴿٢٦﴾ إِنَّكَ إِن تَذَرْهُمْ يُضِلُّوا۟ عِبَادَكَ وَلَا يَلِدُوٓا۟ إِلَّا فَاجِرًا كَفَّارًا ﴿٢٧﴾ رَّبِّ ٱغْفِرْ لِى وَلِوَٰلِدَىَّ وَلِمَن دَخَلَ بَيْتِىَ مُؤْمِنًا وَلِلْمُؤْمِنِينَ وَٱلْمُؤْمِنَـٰتِ وَلَا تَزِدِ ٱلظَّـٰلِمِينَ إِلَّا تَبَارًۢا ﴿٢٨﴾
ความหมาย (26) และนูหฺได้กล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้พวกปฏิเสธศรัทธาหลงเหลืออยู่ในแผ่นดินนี้เลย (27) เพราะแท้จริง หากพระองค์ทรงปล่อยให้พวกเขาหลงเหลืออยู่ พวกเขาก็จะทำให้ปวงบ่าวของพระองค์หลงผิด และพวกเขานั้นจะให้กำเนิดแต่พวกเลวทราม พวกปฏิเสธศรัทธาเท่านั้น (28) ข้าแต่พวกเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และพ่อแม่ของข้าพระองค์ และผู้ที่เข้ามาในบ้านของข้าพระองค์เป็นผู้ศรัทธา และบรรดาผู้ศรัทธาชาย และบรรดาผู้ศรัทธาหญิง และพระองค์ท่านอย่าได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรมเหล่านั้น นอกจากความพินาศหายนะเท่านั้น
(อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:26-28)
ดุอาท่อนท้ายนี้ มุสลิมยังใช้ขอพรให้พ่อแม่กันจนถึงวันนี้
วันสุดท้าย ใครจะเป็นพยานให้นบีนูห์
ท่านนบีมูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) เล่าว่า ในวันฟื้นคืนชีพ พระเจ้าจะถามนูห์ว่า เจ้าบอกสารของข้าแล้วหรือยัง
นูห์ตอบว่า บอกแล้ว
แต่พอถามผู้คนของนูห์ พวกเขาตอบว่า ไม่มีนบีคนไหนมาหาพวกเราเลย
พระเจ้าถามนูห์ว่า ใครจะเป็นพยานให้เจ้า นูห์ตอบว่า มูฮัมหมัดและคนที่ตามท่าน
แล้วมุสลิมก็จะยืนยันให้ว่า นูห์บอกครบแล้ว เพราะอัลกุรอานเล่าเรื่องของท่านไว้
حَدَّثَنَا مُوسَى بْنُ إِسْمَاعِيلَ، حَدَّثَنَا عَبْدُ الْوَاحِدِ بْنُ زِيَادٍ، حَدَّثَنَا الأَعْمَشُ، عَنْ أَبِي صَالِحٍ، عَنْ أَبِي سَعِيدٍ، قَالَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم " يَجِيءُ نُوحٌ وَأُمَّتُهُ فَيَقُولُ اللَّهُ تَعَالَى هَلْ بَلَّغْتَ فَيَقُولُ نَعَمْ، أَىْ رَبِّ. فَيَقُولُ لأُمَّتِهِ هَلْ بَلَّغَكُمْ فَيَقُولُونَ لاَ، مَا جَاءَنَا مِنْ نَبِيٍّ. فَيَقُولُ لِنُوحٍ مَنْ يَشْهَدُ لَكَ فَيَقُولُ مُحَمَّدٌ صلى الله عليه وسلم وَأُمَّتُهُ، فَنَشْهَدُ أَنَّهُ قَدْ بَلَّغَ، وَهْوَ قَوْلُهُ جَلَّ ذِكْرُهُ {وَكَذَلِكَ جَعَلْنَاكُمْ أُمَّةً وَسَطًا لِتَكُونُوا شُهَدَاءَ عَلَى النَّاسِ} وَالْوَسَطُ الْعَدْلُ ".
ความหมาย ท่านนบีกล่าวว่า ในวันฟื้นคืนชีพ นบีนูห์กับหมู่ชนของท่านจะมา อัลลอฮ์ถามนูห์ว่า เจ้าได้ประกาศสารแล้วหรือยัง นูห์ตอบว่า ประกาศแล้ว โอ้พระเจ้าของข้า · แล้วอัลลอฮ์ถามหมู่ชนของนูห์ว่า นูห์ได้นำสารของข้ามาบอกพวกเจ้าไหม พวกเขาตอบว่า ไม่เลย ไม่มีนบีคนไหนมาหาพวกเรา · อัลลอฮ์ถามนูห์ว่า ใครจะเป็นพยานให้เจ้า นูห์ตอบว่า มูฮัมหมัดและผู้ที่ตามท่าน · ท่านนบีกล่าวว่า ฉันและผู้ที่ตามฉันจะเป็นพยานยืนยันให้ท่านว่า ท่านได้ประกาศสารแล้ว
(บันทึกโดย อัลบุคอรี หมายเลข 3339 · หลักฐานถูกต้อง เศาะฮีห์)
ข้อคิดจากเรื่องนี้
- ทำเรื่องดีต่อไป แม้คนจะไม่ฟัง เหมือนนบีนูห์ที่อดทนเกือบพันปี
- อย่าตัดสินคนจากว่าเขารวยหรือจน พวกหัวหน้าเมืองพลาดเพราะเรื่องนี้
- อย่าให้คนอื่นหัวเราะเยาะแล้วเราเลิกทำสิ่งที่ถูก
- ความเป็นครอบครัวนบีช่วยใครไม่ได้ ทุกคนต้องเลือกทางของตัวเอง
- ขอพรให้พ่อแม่เสมอ เหมือนดุอาของนบีนูห์
ตอนถัดไป: ประวัตินบีฮูด กับกลุ่มชนอ๊าด
คำถามที่พบบ่อย
นบีนูห์เป็นใคร
นบีที่พระเจ้าส่งมาหลังยุคนบีอาดัม ให้เตือนผู้คนที่เริ่มบูชารูปปั้น อัลกุรอานมีซูเราะฮ์ทั้งบทที่ใช้ชื่อท่าน คือซูเราะฮ์นูห์
นบีนูห์อายุเท่าไหร่
อัลกุรอานบอกว่าท่านอยู่กับผู้คนของท่าน 950 ปี ก่อนน้ำท่วมใหญ่ ส่วนอายุทั้งหมดของท่าน อัลกุรอานไม่ได้บอกไว้
เรือของนบีนูห์ไปจอดที่ไหน
อัลกุรอานบอกว่าเรือไปจอดบนภูเขาชื่อ ญูดีย์ หลังน้ำลด
ลูกชายของนบีนูห์ชื่ออะไร
อัลกุรอานไม่ได้เอ่ยชื่อ เล่าแค่ว่าเป็นลูกชายที่ไม่ยอมขึ้นเรือ ตำราประวัติศาสตร์บันทึกว่าชื่อ กันอาน
น้ำท่วมสมัยนบีนูห์ท่วมทั้งโลกไหม
อัลกุรอานเล่าว่าน้ำท่วมทำให้ผู้คนที่ไม่ศรัทธาในหมู่ชนของท่านจมน้ำทั้งหมด ส่วนน้ำท่วมกว้างแค่ไหน นักวิชาการมีความเห็นต่างกัน
สัตว์ขึ้นเรือของนบีนูห์ยังไง
อัลกุรอานบอกว่าพระเจ้าสั่งให้นำสัตว์ขึ้นเรือ ชนิดละหนึ่งคู่ ไม่ได้บอกรายละเอียดว่ามีสัตว์อะไรบ้าง
แหล่งอ้างอิง
- อัลบุคอรี หมายเลข 4920 (sunnah.com)
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:1-4 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:5-9 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:10-12 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:27 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:21-24 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Ash-Shu'ara 26:116 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:32-33 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Al-'Ankabut 29:14 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:36-38 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:40 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:41 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Al-Qamar 54:11-14 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:42-43 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:44 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Hud 11:45-47 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ Nuh 71:26-28 (quran.com (คำแปลไทย id 230))
- อัลบุคอรี หมายเลข 3339 (sunnah.com)

