หนึ่งในรากฐานที่สำคัญที่สุดของความศรัทธาในอิสลาม (อีมาน) คือการเชื่อมั่นใน โลกเร้นลับ (อัล-ฆ็อยบ์) — โลกที่อยู่เหนือการรับรู้ทางประสาทสัมผัสของมนุษย์ และหนึ่งในสิ่งถูกสร้างอันยิ่งใหญ่ที่อาศัยอยู่ในโลกเร้นลับนั้นก็คือ มลาอิกะฮ์
แล้วมลาอิกะฮ์คือใคร?
มลาอิกะฮ์ (الملائكة) คือ บ่าวผู้ทรงเกียรติของอัลลอฮ์ เป็นสิ่งถูกสร้างที่ไม่มีตัวตนทางกายภาพให้มนุษย์มองเห็นได้ในสภาพปกติ หรือที่รู้จักกันในนาม “ทูตสวรรค์” พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเคารพภักดีและปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลลอฮ์โดยเฉพาะ การศรัทธาต่อการมีอยู่จริงของมลาอิกะฮ์คือเสาหลักต้นที่สองของ หลักศรัทธา 6 ประการ (รุก่นอีมาน) เป็นความเชื่อที่แยกไม่ออกจากความเป็นมุสลิม
บทความนี้จะพาท่านไปทำความรู้จักกับบ่าวผู้ภักดีเหล่านี้ของอัลลอฮ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ธรรมชาติและคุณลักษณะของมลาอิกะฮ์
อัลกุรอานและแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติของมลาอิกะฮ์ไว้อย่างชัดเจน:
- ถูกสร้างจากรัศมี (นูร): ท่านนบี (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “มลาอิกะฮ์ถูกสร้างจากรัศมี ญินถูกสร้างจากไฟที่ไร้ควัน และอาดัมถูกสร้างจากสิ่งที่ได้ถูกพรรณนาไว้แก่พวกท่าน (คือดิน)” (บันทึกโดยมุสลิม)
- ไม่มีเพศ: มลาอิกะฮ์ไม่มีเพศชายหรือหญิง และไม่สืบพันธุ์
- ไม่ต้องการปัจจัยยังชีพ: พวกเขาไม่กิน ไม่ดื่ม และไม่นอน การภักดีและรำลึกถึงอัลลอฮ์คืออาหารทิพย์ของพวกเขา
- เชื่อฟังอย่างสมบูรณ์: คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดคือ พวกเขาไม่มีเจตจำนงเสรีที่จะฝ่าฝืน พวกเขาสร้างมาเพื่อภักดีและปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์อย่างเคร่งครัด อัลลอฮ์ได้ทรงอธิบายคุณลักษณะข้อนี้ไว้อย่างชัดเจนในอัลกุรอานว่า:لَّا يَعْصُونَ اللَّهَ مَا أَمَرَهُمْ وَيَفْعَلُونَ مَا يُؤْمَرُونَ
คำอ่าน: ลา ยะอ์ศูนัลลอฮะ มา อะมะเราะฮุม วะยัฟอะลูนะ มา ยุอ์มะรูน
ความว่า: “พวกเขา (มลาอิกะฮ์) จะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮ์ในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขา และพวกเขาจะปฏิบัติในสิ่งที่ถูกบัญชา” (อัลกุรอาน 66:6) - มีอำนาจและสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้: อัลลอฮ์ทรงประทานพละกำลังอันมหาศาลแก่มลาอิกะฮ์ และพวกเขาสามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ตามพระประสงค์ของอัลลอฮ์ เช่น เมื่อมลาอิกะฮ์ญิบรีลมาแจ้งข่าวดีแก่ท่านหญิงมัรยัม
- มีความยำเกรงและสรรเสริญอัลลอฮ์เสมอ: พวกเขาไม่เคยเหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายจากการเคารพภักดีต่อพระผู้สร้างيُسَبِّحُونَ اللَّيْلَ وَالنَّهَارَ لَا يَفْتُرُونَ
คำอ่าน: ยุซับบิหูนัลลัยละ วันนะฮาเราะ ลา ยัฟตุรูน
ความว่า: “พวกเขาจะแซ่ซ้องสดุดี (อัลลอฮ์) ทั้งในเวลากลางคืนและกลางวัน โดยไม่หยุดหย่อน” (อัลกุรอาน 21:20)
หน้าที่และบทบาทสำคัญของบรรดามลาอิกะฮ์
มลาอิกะฮ์แต่ละท่านมีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกันไปตามที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบระเบียบอันสมบูรณ์แบบในการบริหารจัดการจักรวาลของพระองค์ มลาอิกะฮ์ที่มีชื่อและหน้าที่ปรากฏชัดเจนในอัลกุรอานและซุนนะฮ์ ได้แก่:
- 1. ญิบรีล (جبريل) – Jibril (Gabriel): หัวหน้าของมลาอิกะฮ์ มีหน้าที่สำคัญที่สุดคือการนำ วะฮีย์ หรือสาส์นของอัลลอฮ์มามอบให้แก่บรรดาศาสนทูต ท่านคือสื่อกลางระหว่างอัลลอฮ์กับมนุษย์ที่ถูกเลือก
- 2. มีกาอีล (ميكائيل) – Mika’il (Michael): มีหน้าที่ดูแลปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ฝน, ลม, พืชพรรณ และการจัดสรรปัจจัยยังชีพ (ริสกี) แก่สรรพสิ่งทั้งหลาย
- 3. อิสรอฟีล (إسرافيل) – Israfil: มีหน้าที่ในการเป่าแตร (สูร) ในวันสิ้นโลก ซึ่งการเป่าครั้งแรกจะทำให้ทุกสิ่งพินาศ และการเป่าครั้งที่สองจะทำให้ทุกชีวิตฟื้นคืนชีพเพื่อรับการพิพากษา
- 4. มะละกุลเมาต (ملك الموت) – Malak-ul-Mawt (Angel of Death): มีหน้าที่ในการปลิดวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้
- 5. รอกีบและอะตีด (رقيب وعتيد) – Raqib and ‘Atid: มลาอิกะฮ์สองท่านที่อยู่เคียงข้างมนุษย์แต่ละคน รอกีบ อยู่ทางขวาเพื่อบันทึกความดี และ อะตีด อยู่ทางซ้ายเพื่อบันทึกความชั่ว
- 6. มุนกัรและนะกีร (منكر ونكير) – Munkar and Nakir: มลาอิกะฮ์สองท่านที่จะทำการสอบสวนผู้เสียชีวิตในหลุมฝังศพ (กุโบร์)
- 7. ริฎวาน (رضوان) – Ridwan: หัวหน้ามลาอิกะฮ์ผู้ทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูสวรรค์ (ญันนะฮ์)
- 8. มาลิก (مالك) – Malik: หัวหน้ามลาอิกะฮ์ผู้ทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูนรก (ญะฮันนัม)
บทสรุป: ความศรัทธาที่สร้างความยำเกรง
การศรัทธาต่อมลาอิกะฮ์ไม่ใช่เป็นเพียงการยอมรับในสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น แต่เป็นการตระหนักถึงความยิ่งใหญ่, ความสมบูรณ์แบบ, และอำนาจในการบริหารจัดการของอัลลอฮ์ มันทำให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว เพราะมีบ่าวของอัลลอฮ์คอยปกป้องและบันทึกการกระทำของเราอยู่เสมอ
ความศรัทธานี้จะช่วยขัดเกลาจิตใจให้เกิดความยำเกรง (ตักวา) ละอายต่อการทำบาปแม้ในที่ลับ และกระตือรือร้นในการทำความดี เพราะรู้ว่าทุกย่างก้าวในชีวิตของเรานั้นอยู่ในสายตาและการบันทึกของเหล่าทูตสวรรค์ผู้ภักดีเหล่านี้

